ไม่เหลือฟอร์มราชันชุดขาว

ไม่เหลือฟอร์มราชันชุดขาว

หมดโรนัลโด้ก็หมดลาย ราชันชุดขาวยังหาเป้าที่เคยทำได้ไม่เจอ ล่าสุดบุกพ่ายเออิบาร์ 3-0 ไปในคืนวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2018 ที่ผ่านมา หลังจากเฉ่งโลเปเตกีออกแล้ว สถานการณ์ของทีมก็ดูท่าจะไม่กระเตื้องได้เท่าที่ควร รูปแบบของเกมรุกที่เคยดุดันและอันตราย กลับกลายเป็นเสียบอลง่ายๆและจังหวะจบสกอร์ก็ไม่เฉียบคม สาเหตุใหญ่ น่าจะมาจากการที่ไม่มี ​CR7 นำทีม แต่ทีมฟุตบอลยักษ์ใหญ่แถวหน้าอย่างเรอัล มาดริด ไม่น่าจะติดหล่มได้นานขนาดนี้ เพราะผู้เล่นชั้นนำระดับโลกหลายคน ก็ยังคงอยู่กับทีม ไม่ว่าจะเป็น โมดริช, เบนเซม่า, เบล, โครส, มาเซลโล่หรือแม้กระทั่งรามอส

แต่ผลงานที่ผ่านมาในแต่ละนัดของเรอัล มาดริดในฤดูกาลนี้ บอกได้คำเดียว ตกต่ำจากมาตรฐานที่เคยมีโรนัลโด้ค้ำเอาไว้เป็นอย่างมาก สื่อต่างประเทศต่างตีราคาเหล่านักเตะสตาร์ในทีมนี้ใหม่ มองว่าการที่พวกเขาทำผลงานได้ดีมาตลอดระยะเวลาหลายปี เป็นเพราะปัจจัยหลักคือการมีโรนัลโด้คอยแบกทีม นักเตะชื่อดังคนอื่นๆ ก็เป็นเหมือนตัวประกอบที่ส่งเสริมให้โรนัลโด้ขับเคลื่อนเกมให้กับทีมเท่านั้น

แต่ปัญหาที่ยังเห็นชัดอีกอย่างก็คือ การที่โลเปเตกีเข้ามาและตัดสินใจเลือกใช้กูร์กตัวส์ นายทวารชาวเบลเยี่ยมที่ย้ายมาจากสิงโตน้ำเงินครามเชลซี ที่มาเบียดแย่งตำแหน่งนายทวารตัวจิงจากนาบาส ซึ่งกูร์กตัวส์ก็โชว์ฟอร์มห่วยแบบที่ไม่เคยมีผู้รักษาประตูคนไหนในถิ่นเบอร์นาบิวเคยทำมา ยิ่งในนัดล่าสุดที่เสียประตูมากถึง 3 ประตู ยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าเขาไม่สมควรได้รับตำแหน่งตัวจริงอีกต่อไป

การที่จะมำให้เรอัล มาดริดกลับเข้ามาสู่วงโคจรเดิมได้นั้น คงคิดกันเป็นเดือนเป็นปีไม่ได้ เรอัล มาดริดต้องรีบแก้ไขในเร็ววัน และให้นักเตะและผู้เล่นที่ฝีเท้าดี ได้มีโอกาสก้าวขึ้นมาเปลี่ยนเกมที่ย่ำแย่ในตอนนี้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการหาโค้ชฝีมือดี ที่พร้อมจะทำทุกอย่างให้เรอัล มาดริด กลับมาฟอร์มดีและมีศักดิ์ศรีอย่างที่เคยเป็นมาตลอดได้อีกครั้งนั่นเอง