มาร์ค บอสนิช กับชีวิตในแบบขี้ยา

มาร์ค บอสนิช  กับชีวิตในแบบขี้ยา

จากโกลมือกาว สู่การก้าวไปสู่หุบเหว บอสนิชคือผู้รักษาประตูมีชื่อในช่วงยุค 90 เขาเริ่มสร้างชื่อเสียง จากคงวามเหนียบหนึบในช่วงที่เขาเข้ามาอยู่ในอคาเดมี่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปี 1989 ในตอนนั้นเขาอายุเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น เขาก็ฉายแววนายทวารดาวรุ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในช่วงที่เขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่น คือการรับใช้ทีมแอสตันวิลล่า ช่วงปี 1992-1999 และในปี 1999 นั้น เขาก็ได้กลับมาสู่ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดอีกครั้ง แต่การทำตัวมีปัญหาตลอดเวลาของเขานั้น ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับตัวเขาเอง เมื่อเขาตัดสินใจงัดข้อกับผู้จัดการทีมที่แกร่งที่สุดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สุดท้าย บทสรุปของเขากับปีศาจแดงจึงจบไม่สวยนัก จากที่เฟอร์กูสัน ตั้งใจจะให้เขาเป็นโกลมือหนึ่งแทนที่ ปีเตอร์ ชไมเคิล แต่การที่เขาสร้างปัญหา มันทำให้เขาไม่สามารถอยู่ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดได้นานนัก และมันก็เป็นช่วงเวลาสั้นๆจริงๆ ที่เข้าได้กลับถิ่นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น ในช่วง 1999-2001 และได้ลงเฝ้าเสาให้กับแมนฯยูฯไปเพียง 23 นัด

แต่ความเหนียวหนึบของเขา ก็ไปเข้าตาของสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ที่ตอนนั้นต้องการหาตัวแทนผู้รักษาประตูมือหนึ่งเป็นตัวตายตัวแทนของ เอ็ด เดอ ฮุย แต่ทว่า บอสนิช กลับมอบทีเด็ดให้กับเชลซีไม่ต่างจากเอเดรียน มูตูเลย เมื่อเขาใช้ยาเสพติดจนพังทั้งชีวิตเขาเองและสร้างความเดือดร้อนให้กับสโมสร

ในช่วงเวลานั้น ผมใช้โคเคนวันละ 6 กรัม ผมดำรงชีวิตอยู่ได้จากการเสพมัน ผมไม่หลับไม่นอนมากกว่า 4 วันติดต่อกัน และตะบี้ตะบันเล่นเกมคอมพิวเตอร์

และเรื่องที่เลวร้ายที่สุดที่เขาเคยเกือบลงมือทำ นั่นคือการเกือบลงมือฆ่าพ่อของเขาเอง เขาเสพยาและกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับฤทธิ์ของยาเสพติด จนกระทั่งเขาคิดว่าพ่อของเขาเป็นขโมย และเกือบจะใช้ปืนแอร์กันที่อยู่ในมือของเขานั้น ยิงพ่อของเขา สุดท้าย เป็นพ่อของเขาเอง ที่พยายามทุกวิถีทางที่จะดึงลูกชายให้กลับไปเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง สุดท้ายเขาสามารถเลิกยาเสพติดได้ แต่หลังจากนั้นเขาได้ลงสนามในฐานะนักฟุตบอลไปอีกแค่ 17 นัดเท่านั้น โดยลงสนามให้เชลซีไป 5 นัด(2001-2003), และลงสนามให้กับทีมเซนทรัล โคสต์ มาริเนอร์ในออสเตรเลียบ้านเกิดของเขาอีก 4 นัด(2008) และสุดท้ายเขาปิดฉากอาชีพนักฟุตบอล ด้วยการแขวนถุงมือกับทีมซิดนีย์ โอลิมปิคในปี 2009 ซึ่งเป็นสโมสรในออสเตรเลียเช่นเดียวกัน โดยลงช่วยทีมเซฟประตูไปทั้งหมด 8 นัด ปิดฉากอาชีพนักฟุตบอลไปแบบไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่นัก