ทัพซามูไรประทะโคลัมเบีย เริ่มเกมได้เพียง 3 นาทีก็จัดให้

ทัพซามูไรประทะโคลัมเบีย เริ่มเกมได้เพียง 3 นาทีก็จัดให้

ทัพซามูไรประทะโคลัมเบีย เริ่มเกมได้เพียง 3 นาทีทีมชาติญี่ปุ่นเตะบอลยาวจากฝั่งหลังไปหน้าประตูให้ ยูยะ โอซาโกะ ใช้ความวิ่งเบียดเข้าไปยิงแต่ติดผู้รักษาประตู ดาบิด ออสปินาก่อนที่บอลจะเด้งมาเข้าทางชินจิ คางาวะ ซ้ำสอง ไปติดการ์ลอส ซานเชซ ที่ตั้งใจยื่นมือออกมาปัดบอล ผู้ตัดสินไม่รอช้าวิ่งมาเป่าจุดโทษให้ญี่ปุ่นพร้อมควักใบแดงไล่ การ์ลอส ซานเชซ ออกจากสนาม ซึ่งถือเป็นใบแดงที่เร็วที่สุดอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกด้วยเวลา 2 นาที 54 วินาที ส่วนสถิติที่เร็วที่สุดยังเป็นโฮเซ่ บาติสตา นักเตะอุรุกวัยเมื่อปี 1986 ซึ่งโดนใบแดงในนาทีที่ 1 ขณะที่จังหวะยิงจุดโทษเป็น คางาวะ ที่จะลุกขึ้นมาทำหน้าที่สังหารเข้าไปกลางประตูให้ญี่ปุ่นขึ้นนำ 1-0 หลังจากนั้นโคลัมเบียพยายามเปิดเกมรุกเพื่อทวงประตูคืน ขณะที่ญี่ปุ่นลงไปคุมโซนและรอสวนกลับ นาที 39 โคลัมเบีย

ได้ฟรีคิกนอกกรอบเยื้องไปทางด้านขวา ก่อนเป็น เฟร์นันโด กินเตโร ที่หลอกยิงเลียดไปที่เสาแรก แม้ เอจิ คาวาชิมะ ผู้รักษาประตูญี่ปุ่น จะพยายามพุ่งมาคว้าไว้แต่บอลข้ามเส้นโกลไลน์ไปเรียบร้อยส่งให้ โคลัมเบีย ตามตีเสมอ 1-1 ครึ่งหลังญี่ปุ่นกลับลงมาพับสนามบุก ชนิดครองเกมอยู่ฝ่ายเดียว จนกระทั่งนาที 74 ญี่ปุ่นได้ลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย เคซึเกะ ฮอนดะ ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทน ชิจิ คางาวะ นาที 70 เปิดเข้าไปกลางประตู ยูยะ โอซาโกะ เทกตัวขึ้นโขกสบัดไปที่เสาสองเป็นประตูให้ญี่ปุ่น ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 ครึ่งหลังญี่ปุ่นกลับลงมาพับสนามบุก ชนิดครองเกมอยู่ฝ่ายเดียว จนกระทั่งนาที 74 ญี่ปุ่นได้ลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย เคซึเกะ ฮอนดะ ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทน ชิจิ คางาวะ นาที 70 เปิดเข้าไปกลางประตู ยูยะ โอซาโกะ เทกตัวขึ้นโขกสบัดไปที่เสาสองเป็นประตูให้ญี่ปุ่น ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 ช่วงเวลาที่เหลือญี่ปุ่นที่ตัวผู้เล่นมากกว่าผ่อนเกมช้าลง และเน้นจ่ายบอลแน่นอน ขณะที่โคลัมเบีย ต้องวิ่งเพรสซิ่งชิงบอลเพื่อเปิดเกมรุกให้เร็วที่สุด ซึ่งช่วงทดเวลาบาดเจ็บแม้โคลัมเบียจะโหมบุกอย่างหนัก แต่ไม่สามารถเจาะแนวรับญี่ปุ่นได้ จบ 90 นาที ญี่ปุ่น เฉือนชนะ โคลัมเบีย 2-1 ประเดิม 3 แต้มในฟุตบอลโลกได้สำเร็จ